‘สานสายใย เพื่อนช่วยเพื่อน’ ความงามเล็กๆ ของเด็กหัวรั้น

เมื่อใดก็ตามที่มีข่าวการหลบหนี ทะเลาะวิวาท หรือการก่อเหตุร้ายต่างๆ ของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและศูนย์ฝึกและอบรมต่างๆ สิ่งที่ตามมาแทบทุกครั้งคือการถูกตีตราจากสังคมว่าเยาวชนกลุ่มนี้เป็นเด็กดื้อ ชอบสร้างปัญหา พัฒนาไม่ได้ และกระทำผิดติดสันดาน แต่จากประสบการณ์ที่ทำงานในพื้นที่นี้มายี่สิบกว่าปี ผู้เขียนได้ค้นพบสิ่งงดงามมากมายภายในรั้วกำแพง รวมทั้งเรื่องราวของเยาวชน “กลุ่มพลังคนหัวรั้นเพื่อสังคม”

ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 9 จังหวัดสงขลา ซึ่งได้ร่วมกันทำโครงการ “สานสายใย เพื่อนช่วยเพื่อน” มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 การรวมตัวของ “กลุ่มพลังคนหัวรั้นเพื่อสังคม” มีที่มาเพื่อตอบโจทย์อันเป็นปัญหาคาใจของศูนย์ฝึกส่วนใหญ่ ได้แก่ การแบ่งทีมระหว่างจังหวัดและความว่างในช่วงวันหยุด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาท กระทำผิดกฎระเบียบ จนบางครั้งลุกลามกลายเป็นเหตุร้ายตามที่เคยปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่างๆ โดยเยาวชนกลุ่มนี้เริ่มจากการชวนเพื่อนๆ ต่างทีม ต่างกลุ่มในศูนย์ฝึกสงขลา ซึ่งเป็นสถานที่ควบคุมดูแลเยาวชนหลายร้อยชีวิต ที่มีหลากหลายความคิดและประสบการณ์ ให้มาร่วมกันใช้เวลาว่างจักสานตะกร้าจากเส้นพลาสติก ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่พวกตนไปเรียนรู้จากชาวบ้านใน อ.ป่าบอน จ.พัทลุง โดยมี ครูประชิด ตรงจิต ครูผู้ทุ่มเทใจให้กับเยาวชนเป็นพี่เลี้ยงหรือโค้ช และมีครูอื่นๆ เป็นกองหนุน รายได้จากการจำหน่ายตะกร้าและผลิตภัณฑ์จักสานอื่นๆ เปรียบเสมือน “กองทุนชีวิต” ที่ได้รับการจัดสรรภายใต้แนวคิดของ “การแบ่งปัน” โดยนำไปซื้อขนมและของใช้จุนเจือเพื่อนๆ ที่ไม่มีญาติมาเยี่ยมเนื่องจากครอบครัวฐานะยากจนหรืออยู่ห่างไกล อันเป็นที่มาของคำว่า “เพื่อนช่วยเพื่อน” ซึ่งลึกซึ้งกว่าที่เราเคยรับรู้กันมา รายได้ที่เหลือพวกเขาเก็บออมไว้ซื้อวัตถุดิบเพิ่มเพื่อนำมาใช้สอนการจักสานให้เพื่อนๆ รวมทั้งชาวบ้านในชุมชนตามที่ได้ประสานมายัง หน่วยงาน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth