สุขสดชื่นเมื่อดื่มน้ำ

น้ำและเครื่องดื่มต่างๆเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตมาก ในทุกๆวันตั้งแต่ตื่นเช้าจนถึงก่อนนอน ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กทารกจนถึงผู้สูงอายุ ล้วนต้องดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มเป็นประจำเกือบทุกๆ 2-3 ชั่วโมง เราทราบดีว่าร่างกายประกอบด้วยน้ำมากถึงร้อยละ 50-60 ในผู้ใหญ่ และประมาณร้อยละ 75 ในทารก แต่ทำไมเราไม่เก็บปริมาณของน้ำนี้ไว้ตลอดเวลา หรือสะสมน้ำไว้ในร่างกายให้มากโดยไม่ต้องดื่มน้ำเป็นวันๆ เช่นเดียวกับการอดอาหาร

กลไกการทำงานของน้ำในร่างกาย เมื่อดื่มน้ำเข้าทางปาก ผ่านหลอดอาหารลงสู่กระเพาะ น้ำส่วนหนึ่งจะถูกดูดซึมโดยกระเพาะอาหารผ่านเข้าไปในกระแสเลือด อีกส่วนหนึ่งจะถูกดูดซึมโดยลำไส้เล็กเช่นเดียวกับอาหาร และเมื่อกากอาหารมาถึงลำไส้ใหญ่ น้ำจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายอีก ดังนั้นถ้าดื่มน้ำแก้วหนึ่งเข้าไป เกือบจะไม่มีน้ำไหลออกมาจากทางเดินอาหารเลย ซึ่งน้ำที่ถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือดนี้ จะทำให้เลือดจางลง ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นไตให้ขับน้ำในกระแสเลือดที่มากกว่าปกติออกจากร่างกายไปในรูปของปัสสาวะ น้ำไม่สามารถถูกสะสมไว้ในร่างกายเกินความจำเป็น น้ำที่ดื่มเข้าไปมีเพียงแต่เพื่อเป็นส่วนประกอบของเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ ยังทำหน้าที่ช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย โดยละลายของเสียเหล่านี้ไป ทำให้ง่ายต่อการกำจัดออกทางไตและต่อมเหงื่อ ลดอุณหภูมิร่างกายลง และมีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญอาหารภายในเซลล์
ภาวะ “ขาดน้ำ” ในร่างกาย ในภาวะที่ร่างกายขาดน้ำ ซึ่งอาจเกิดขึ้นในกรณีต่างๆ เช่น ดื่มน้ำน้อยเกินไป นอนมากไป หายใจถี่และแรงตลอดเวลา จะทำให้สูญเสียน้ำทางลมหายใจ และเลือดเข้มข้นมากในผู้ที่เป็นเบาหวาน ถ้าเป็นในกรณีที่เสียเลือดมาก เหงื่อออกมาก อาเจียน ท้องร่วง เหล่านี้ล้วนทำให้ร่างกายเสียน้ำและสารละลายต่างๆ ได้เช่นเดียวกัน อาการที่ปรากฏอย่างเด่นชัด คือ กระหายน้ำ น้ำหนักลด คอแห้ง ปากแห้ง ผิวหนังเหี่ยวย่น ปัสสาวะกะปริดกะปรอย นอนหลับไม่สนิท กระวนกระวาย ชีพจรเต้นเร็วขึ้น ความดันลดลง หน้ามืดตาลายเมื่อลุกขึ้นยืน และเกิดความรู้สึกสับสนต่อสิ่งต่างๆ รอบตัวได้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth